เดมเบเล่ เจ็บตอนซ้อม พัก 6 เดือน

   อุสมาน เดมเบเล่ ปีกขวาทีมชาติฝรั่งเศสของบาร์เซโลน่า ยอดทีมแห่งศึกลาลีกาสเปน จะต้องพักเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บนานถึง 6 เดือน หลังเข้ารับการผ่าตัดอาการเจ็บต้นขาหลังที่ฟินแลนด์ จากการยืนยันของสโมสร

โดยอาการบาดเจ็บของเขาจะหายไม่ทันติดทีมชาติฝรั่งเศส ทำศึกยูโร 2020 รอบสุดท้าย ที่จะเริ่มต้นวันที่ 16 มิถุนายนี้ ที่เยอรมนี อย่างแน่นอน

นักเตะวัย 22 ปี ที่กำลังในช่วงฟื้นฟูสภาพร่างกายเพื่อกลับมาลงสนาม แต่กลับต้องพบกับอาการบาดเจ็บขึ้นมาอีกในระหว่างการซ้อมเมื่อวันจันทร์ หนักจนถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัด ที่ฟินแลนด์ไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

สโมสรได้ออกมาแถลงการณ์ แจ้งข่าวว่า การผ่าตัดต้นขาหลังฝั่งขวาที่ฟินแลนด์ลุล่วงไปด้วยดี และดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสจะต้องพักราว 6 เดือน

โดยเดมเบเล่ ย้ายจากดอร์ทมุนด์มาร่วมบาร์เซโลน่าเมื่อสิงหาคม ปี 2017 โดยลงเล่นให้ทีมไปแค่ 74 นัด ทำได้ 19 ประตู โดยซีซั่นนี้ เพิ่งมีโอกาสลงเล่นเต็มเกมเพียง 3 นัดเท่านั้น

ข้อมูลโดย Goalclub.TV

เรียบร้อยโรงเรียนแมนยู

  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เปิดตัวนักเตะรายใหม่ บรูโน่ แฟร์นานเดส กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของสเปอร์ติ้ง ลิสบอน  เป็นนักเตะใหม่ด้วยสัญญายาว 5 ปีครึ่ง พร้อมอ็อปชั่นขยายเพิ่มออกไป 1 ปี

นักเตะทีมชาติโปรตุเกสเป็นเป้าหมายของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์และมีข่าวใกล้คว้าตัวมาโดยตลอด จนกระทั่งในที่สุดก็สามารถปิดดีลได้สำเร็จ

แมนฯ ยูไนเต็ดตกลงจ่ายค่าตัว บรูโน่ เบื้องต้นที่ 55 ล้านยูโร(46.6 ล้านปอนด์) มาพร้อมเงื่อนไขจ่ายเพิ่มตัวแรก 10 ล้านยูโร(8.5 ล้านปอนด์)และอีกเงื่อนไข 15 ล้านยูโร(12.7 ล้านปอนด์) รวมเบ็ดเสร็จดีลนี้จะต้องจ่ายทั้งสิ้น 67.8 ล้านปอนด์

การย้ายเข้ามาของนักเตะรายนี้น่าจะเป็นการตอบโจทย์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังหาผู้เล่นในตำแหน่งแดนกลางในการสร้างสรรค์เกมส์ โดยคาดว่าการเข้ามาของ บรูโน่ แฟร์นานเดส น่าจะทำให้ พอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสของทีมน่าจะย้ายออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ได้ตัวนักเตะรายใหม่มาแทนที่เข้าแล้ว

ข้อมูลโดย  ทางเข้า ฟีฟ่า55

เหล่ากองหน้าฟอร์มแรง!

ในฤดูกาลที่ลิโอเนล เมสซี่ และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เป็น 2 ยอดดาวเตะแห่งยุคฟอร์มแผ่วไปด้วยวัยที่กำลังแก่ขึ้นทุกที ก็มีดาวเตะที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในด้านการทำประตูแรงขึ้นมาทดแทนในฤดูกาลนี้ ถึงแม้ว่านักเตะเหล่านั้นจะไม่ใช่ดาวรุ่งที่น่าจับตามองก็ตาม แต่กลับกลายเป็นนักเตะมากประสบการณ์ที่กำลังอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของอาชีพการเล่นของพวกเขาเลยก็ว่าได้

เริ่มกันที่ชิโร่ อิมโมบิเล่ กองหน้าดีกรีทีมชาติอิตาลี ที่กำลังทำได้อย่างสุดยอดในฤดูกาลนี้กับลาซิโอ ซึ่งเป็นทีมที่ฟอร์มแรงที่สุดของลีกกัลโช่ เซเรีย อาในเวลานี้ด้วย ซึ่งการทำแฮตทริคในนัดล่าสุดที่พวกเขาเอาชนะซามพ์โดเรียได้แบบขาดลอย 5-1 ซึ่งกองหน้าวัย 29 บวกสกอร์เพิ่มในฤดูกาลนี้ไปเป็น 23 ประตูในลีกไปแล้ว และรวมทุกรายการที่ 26 ประตู ซึ่งเทียบเท่ากับผลงานที่ดีที่สุดของเขาใน 1 ฤดูกาลไปแล้วด้วย และยังเหลืออีกหลายนัดทีเดียวที่จะทำให้เขาสร้างสถิติใหม่ให้กับตัวเอง ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยมีช่วงพีคมาแล้วในช่วงปี 2014 ที่ทำผลงานได้ดีกับโตริโน่ และได้กลายเป็นความหวังของทีมชาติอิตาลีในฟุตบอลโลกที่บราซิลทันที แต่สุดท้ายแล้วก็ผิดหวัง รวมถึงการย้ายไปเล่นให้โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์หลังจากนั้นก็พังไม่เป็นท่าด้วย และเขาใช้เวลานานทีเดียวกว่าที่จะกลับมามั่นใจอีกครั้งได้อย่างทุกวันนี้

ต่อมาก็คือโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้ากัปตันทีมชาติโปแลนด์ ที่ก็มีฤดูกาลที่ดีที่สุดกับบาเยิร์น มิวนิคเช่นกัน ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นกองหน้าระดับท็อปของยุโรปอยู่แล้ว แต่ฤดูกาลนี้เขาทำได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ ส่วนอีกคนหนึ่งในศึกบุนเดสลีก้าเช่นกันก็คือติโม แวร์เนอร์ กองหน้าดาวรุ่งของไลป์ซิกนั่นเอง ซึ่งทั้ง 2 คนนี้ทำประตูได้มากกว่าจำนวนที่ลงสนามในลีกฤดูกาลนี้เลยทีเดียว

ส่วนรายสุดท้ายที่เป็นจอมเก๋าแต่สามารถกลับมาคืนฟอร์มได้ก็คือเจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าวัย 33 ปีของเลสเตอร์ ซิตี้นั่นเอง ซึ่งเขาสามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้อีกครั้งหลังจากที่ได้เบรนแดน ร็อดเจอร์สเข้ามาคุมทีมเมื่อช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว ทำให้เขานำเป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกอยู่ในเวลานี้ และมีโอกาสจะทำให้เลสเตอร์ ซิตี้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลหน้าสูงด้วย อยู่ที่ว่าจะเป็นรายการไหนเท่านั้น

นาโปลีกำลังพัง!

   นาโปลี ทีมดังของเมืองเมเปิ้ลส์ ประเทศอิตาลี ที่ก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของลีกตั้งแต่ที่ดึงเมาริซิโอ ซาร์รี่เข้ามาคุมทีมเมื่อหลายปีก่อน หลังจากนั้นมากุนซือจอมรมควันก็พาทีมเป็นรองแชมป์ของลีก 3 ฤดูกาลติดต่อกัน โดยเป็นรองแค่เพียงยูเวนตุสทีมเดียวเท่านั้นในลีก ซึ่งทุกฤดูกาลพวกเขามีโอกาสเบียดแย่งแชมป์กับทีม “ม้าลาย” ไปจนถึงช่วงท้ายฤดูกาลเลยทีเดียว แต่สุดท้ายก็ต้านแรงเสียดทานไม่ไหว จนในที่สุดซาร์รี่ก็ยอมจำนน และลาทีมหนีไปคุมทีมเชลซีในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษแทนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

แต่นาโปลีก็หากุนซือใหม่ฝีมือดีเข้ามาคุมทีมได้ต่อ โดยออเรลลิโอ เด ลอเรนติส ประธานสโมสรนาโปลีตัดสินใจเลือกคาร์โล อันเชล็อตติ ยอดกุนซือคนหนึ่งของวงการที่ว่างงานอยู่เข้ามาคุมทีมแทน ซึ่งสุดท้ายแล้วนาโปลีก็ยังทำผลงานได้ตามมาตรฐานที่เคยทำได้ โดยสามารถรั้งตำแหน่งรองแชมป์ลีกได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะทำคะแนนห่างจากยูเวนตุสมากกว่าเดิมก็ตาม แต่ก็ยังได้โควต้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกทุกฤดูกาล แต่ทว่าฤดูกาลนี้พวกเขาเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่ดีเนื่องจากตัวหลักของทีมอย่างมาเร็ค ฮัมซิค ซึ่งกลายเป็นตำนานของสโมสรไปแล้วได้อำลาทีมย้ายไปค้าแข้งในลีกจีนแทน ทำให้ขุมกำลังของนาโปลีอ่อนลงไปในทันที ซึ่งสุดท้ายทำให้พวกเขาตัดสินใจปลดคาร์โล อันเชล็อตติออกจากตำแหน่งในช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และแต่งตั้งให้เจนนาโร่ กัตตูโซ่ อดีตกองกลางพันธุ์ดุของเอซี มิลานเข้ามาคุมทีมแทน

การเลือกกัตตูโซ่เข้ามาคุมทีมนั้นทำให้เกิดคำถามมากมายว่าเขามีดีพอที่จะคุมทีมนาโปลีหรือไม่ เพราะเมื่อฤดูกาลที่แล้วที่คุมทีมเอซี มิลาน ก็ไม่ได้ถือว่ามีผลงานที่โดดเด่นมากนัก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แย่ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มีแรงดึงดูดพอที่นาโปลีจะเปลี่ยนจาก “อันเช่” มาเป็น “กัตจัง” และนับตั้งแต่ที่กัตตูโซ่เข้ามาคุมทีมพวกเขาแพ้ไปแล้วถึง 4 นัด และชนะได้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น ซึ่งพวกเขามีโอกาสทีมแตกมากทีเดียวหลังจบฤดูกาลนี้ เพราะนักเตะตัวหลักหลายคนกำลังจะหมดสัญญากับทีมตอนจบฤดูกาลนี้พอดี

ทีมชาติอังกฤษกับความสำเร็จ!

 

   พลพรรค “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ ทีมที่แฟนบอลทั่วโลกให้การติดตาม โดยเฉพาะในประเทศไทยที่น่าจะเชียร์ทีมชาติอังกฤษกันเยอะที่สุดก็ว่าได้ เพราะความผูกพันกับการมีทีมเชียร์ประจำเป็นสโมสรในเมืองผู้ดีนั่นเอง ซึ่งทีมชาติอังกฤษถือว่าเป็นทีมชาติที่เหมือนจะต้องคำสาปด้วยซ้ำ เพราะหลังจากที่พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้สำเร็จเมื่อปี 1966 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพเอง แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาพวกเขาก็ไม่เคยกลับไปประสบความสำเร็จได้แบบนั้นอีกเลย ไม่เว้นแม้แต่ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือว่าศึกยูโรก็ตาม ไม่ว่าจะใช้ยอดกุนซือคนไหนมาคุมทีมก็ไม่สามารถทำให้ทีมชาติอังกฤษกลับไปประสบความสำเร็จได้เลย ทั้งฟาบิโอ คาเปลโล่ หรือว่าสเวน กอรัน อิริคสันก็เช่นกัน

แต่หลังจากที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือเอฟเอ ตัดสินใจเปลี่ยนนโยบายมาเลือกใช้กุนซืออังกฤษ โดยเฉพาะการแต่งตั้งแกเร็ธ เซาธ์เกต อดีตนักเตะของมิดเดิ้ลสโบรท์เข้ามาคุมทีม ทีม “สิงโตคำราม” กลับเริ่มีวี่แววของความสำเร็จเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ พวกเขาก็เข้าได้ถึงรอบรองชนะเลิศเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาดูจะเป็นกุนซือโลว์ โปรไฟล์เสียด้วยซ้ำ และแฟนบอลอังกฤษเองก็ไม่ค่อยเชื่อในฝีมือการคุมทีมของเขาเสียเท่าไหร่ แต่ด้วยการที่ตอนนี้พวกเขาพัฒนาระบบเยาวชนมาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอังกฤษสามารถคว้าแชมป์โลกในระดับเยาวชนมาได้ทั้งยู 20 ชิงแชมป์โลก และยู 17 ชิงแชมป์โลก เนื่องจากระบบเยาวชนที่แข็งแกร่งของระดับสโมสรนั่นเองที่กำลังทำให้ทีมชาติอังกฤษมีตัวเลือกดาวรุ่งพร้อมใช้งานเต็มไปหมดในตอนนี้

ในศึกยูโร 2020 ที่จะฟาดแข้งกันในกลางปีนี้ ทีมชาติอังกฤษถือว่าเป็น 1 ในตัวเต็งที่จะสามารถคว้าแชมป์ได้เลยทีเดียว แต่จากอาการบาดเจ็บล่าสุดของแฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมชาติที่อาจจะชวดช่วยทีมทำศึกครั้งนี้ ซึ่งทำให้ความหวังของพวกเขาที่จะประสบความสำเร็จในครั้งนี้นั้นเริ่มน้อยลงไปทันที ถึงแม้ว่าตัวเลือกในแนวรุกของทีมชาติอังกฤษชุดนี้จะดีมากก็ตาม แต่การขาดดาวยิงสูงสุดในยุคปัจจุบันจะส่งผลต่อทีมชาติอย่างแน่นอน ซึ่งดูเหมือนว่าความสำเร็จของทีมชาติอังกฤษนั้นมักจะมีอุปสรรคมาขัดขวางโดยตลอด และครั้งนี้ก็เช่นกัน

สมคำร่ำลือ!

   ก่อนหน้าที่ตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาวจะเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วมีนักเตะคนหนึ่งที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก และมีหลายสโมสรใหญ่ในยุโรปต่างไล่ล่าลายเซ็นต์เพื่อหวังจะคว้าตัวไปร่วมทีม ซึ่งก็คือเออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่งวัย 19 ปีที่ก่อนหน้านี้อยู่กับเรดบูลส์ ซัลบวร์ก ทีมดังของประเทศออสเตรีย ซึ่งมีทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยูเวนตุส รวมถึงโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์  ที่ยื่นข้อเสนอคว้าตัวไปร่วมทีม หลังจากที่เห็นฟอร์มแบบเต็มตาจากศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่ม ที่เขาทำได้ถึง 6 ประตู ทั้งที่อยู่ร่วมกลุ่มกับทีมสุดแกร่งอย่างลิเวอร์พูล และนาโปลี ซึ่งสุดท้ายแล้วก็เป็นทีม “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ที่คว้าตัวไปร่วมทีมได้สำเร็จ ตามคำแนะนำของมิโน่ ไรโอล่า ซุเปอร์เอเย่นต์คนดังนั่นเอง ถึงแม้ว่าตัวนักเตะและพ่อของเขาจะมีสายสัมพันธ์อันดีกับโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือคนบ้านเดียวกันของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ตาม แต่ตัวเอเย่นต์มองว่าการย้ายไปค้าแข้งในลีกเมืองเบียร์ตอนนี้น่าจะเหมาะ และพัฒนาฝีเท้าของเขาได้มากกว่า

ซึ่งดูเหมือนว่าการแนะนำครั้งนี้จะเป็นคำแนะนำที่ยอดเยี่ยมทีเดียว เพราะเนื่องจากหลังจากที่ศึกบุนเดสลีก้ากลับมาเตะในเลกที่ 2 เออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์ก็แผลงฤทธิ์ทันที เมื่อสามารถทำแฮตทริคได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนามอย่างเป็นทางการให้กับโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ทันที ในนัดที่ทีมบุกไปพบกับเอ๊าส์บวร์ก ซึ่งก่อนที่ฮาแลนด์จะลงสนาม สถานการณ์ของทีมไม่สู้ดีนัก และตามหลังเจ้าถิ่นถึง 1-3 แต่กองหน้าชาวนอร์วิเจี้ยนใช้เวลาเพียง 23 นาทีเท่านั้นหลังจากถูกเปลี่ยนตัวลงไปนาทีที่ 55 ก็สามารถทำแฮตทริคแรกในศึกบุนเดสลีก้าได้ทันที และสามารถช่วยให้ทีมกลับมาเก็บชัยชนะได้อย่างสวยงาม 5-3 ซึ่งทำให้เห็นได้ว่าแค่เพียงนัดแรกเท่านั้นก็สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างสมคำร่ำลือเลยทีเดียว และไม่แปลกใจเลยซักนิด ที่เขาจะถูกหลายทีมยักษ์ใหญ่ตามล่าตัว ซึ่งค่าตัวในการย้ายทีมครั้งที่ผ่านมาดูเหมือนจะเพียง 20 ล้านยูโรเท่านั้นเนื่องจากนักเตะมีค่าฉีกสัญญา แต่หากมีการย้ายทีมครั้งต่อไป ดูท่าแล้วน่าจะต้องคูณค่าตัวเดิมไปอีกหลายเท่าเลยทีเดียว

‘เคน’ อาจชวดยูโร!

  

    แฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษและของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ถือว่าเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งกับทีมชาติอังกฤษที่มีแกเร็ธ เซาธ์เกต เป็นกุนซือ เนื่องจากเขามักจะใช้ระบบกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียว และใช้ตัวริมเส้นคอยสนับสนุน ทำให้แฮร์รี่ เคน กลายเป็นหัวหอกตัวหลักของทีมชาติมาโดยตลอด ซึ่งจากอาการบาดเจ็บล่าสุดในนัดที่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ บุกไปแพ้ให้กับเซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 เมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมา ทำให้กองหน้าวัย 26 ปีต้องพักรักษาตัวถึงเดือนเมษายนเป็นอย่างน้อยทีเดียว และจากการให้สัมภาษณ์ล่าสุดของโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสของทีม “ไก่เดือยทอง” ดูเหมือนว่าอาการจะไม่สู้ดีนัก ลาจจะหมดสิทธิ์กลับมาช่วยทีมสเปอร์ในฤดูกาลนี้แล้วด้วยซ้ำ ซึ่งไม่แน่ว่าเป็นการสัมภาษณ์ปั่นกระแสของมูรินโญ่หรือเปล่า แต่หากเป็นเรื่องจริงจะถือว่าจะส่งผลกระทบต่อตัวสโมสรเป็นอย่างมาก และอาจจะรวมถึงทีมชาติอังกฤษที่มีคิวจะทำศึกยูโร 2020 ในช่วงกลางปีนี้ด้วย

การขาดหายไปของแฮร์รี่ เคนส่งผลต่อท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์อย่างแน่นอน เพราะขุมกำลังของโชเซ่ มูรินโญ่นั้นมีกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียวเท่านั้น ถึงแม้ว่าซน ฮึงมิน ลูคัส มูร่า หรือเอริค ลาเมล่า จะสามารถเล่นได้ก็ตาม แต่ล้วนไม่ใช่ตำแหน่งถนัดของนักเตะเหล่านี้ทั้งสิ้น ซึ่งจะทำให้การลุ้นทำอันดับไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลหน้าของทีม “ไก่เดือยทอง” นั้นหนักหนาสาหัสอย่างแน่นอนในช่วงที่เหลือของฤดูกาล นอกจากนั้นอาจจะส่งผลกระทบกับทีมชาติอังกฤษอีกด้วย หากว่ากัปตันทีมชาติรายนี้หายกลับไปช่วยทีมทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปไม่ทัน ซึ่งดูจากระยะเวลาแล้วอาจจะหายเจ็บทันในช่วงท้ายฤดูกาลพอดี และคงต้องชั่งใจกุนซือทีม “สิงโตคำราม” ว่าจะกล้าเรียกแฮร์รี่ เคน กลับไปติดทีมหรือไม่ หากว่าช่วงนั้นไม่ฟิตสมบูรณ์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องมาลุ้นกันอีกที แต่ที่แน่ๆ ช่วงเวลาที่เขาหายไปจะส่งผลกระทบต่อเกมรุกของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์อย่างแน่นอน เพราะเขาเป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสรมาโดยตลอดในช่วงหลัง และแบกความหวังในการทำประตูของทีมได้เสมอมา และงานจะเข้าโชเซ่ มูรินโญ่อย่างแน่นอน กับการแก้ไขสถานการณ์ และปัญหาแนวรุกในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้

เนย์มาร์ พร้อมอยู่ปารีสต่อ

  เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิลของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พร้อมจะพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของเขา โดยจะอ้างอิงผลงานใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของทีมในฤดูกาลนี้

นักเตะวัย  27 ปี มีปัญหาในเรื่องการย้ายทีมกับต้นสังกัด โดยเฉพาะการย้ายกลับไปร่วมทีมบาร์เซโลน่า ทีมดังแห่งศึกลาลีกาสเปน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ย้ายทีม เนื่องจากติดปัญหาเรื่องค่าตัว ทำให้เขาต้องอยู่กับทีมต่อไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตามอีเอสพีเอ็นสื่อดังของอเมริกา ได้รายงานว่าแข้งชาวบราซิเลี่ยน พร้อมจะอยู่โยงในถิ่น ปาร์ก เดส์ แปรงซ์ ต่อไปในระยะยาว หากทีมของเขาสามารถทำผลงานได้ดีในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของทีม ในฤดูกาลนี้

เนย์มาร์ย้ายมาร่วมเปแอสเช เมื่อปี 2017 ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกที่ 222 ล้านยูโร โดยทั้งสโมสรและนักเตะเองก็มองถึงการคว้า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งแรกของสโมสร เป็นเป้าหมายสูงสุด แต่พวกเขากลับทำผลงานได้ไม่ดีพอที่จะเข้าใกล้การคว้าแชมป์ โดยเข้ารอบลึกสุดเพียงแค่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น

ปรับอย่างไร เมื่อ เคน เจ็บ

  

    ข่าวร้ายของสเปอร์ส และ ทีมชาติอังกฤษ ที่จะไม่สามารถใช้งาน แฮร์รี่ เคน กองหน้าดาวยิงตัวเก่ง ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บในเกมส์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่แพ้ให้กับ เซาแธมป์ตัน 0-1  โดยกุนซืออย่างโจเซ่ มูรินโญ่ ต้องปรับการเล่นพอสมควรเพราะไม่มีกองหน้าตัวเป้าให้ใช้งานเลย สำหรับแนวทางที่คาดว่ามูรินโญ่จะนำมาใช้ก็คือการดัน ซอน ฮึง มิน แนวรุกทีมชาติเกาหลีใต้ ลงเล่นแทน หรือ เอา ลูคัส มูร่า ลงเล่นแทน ซึ่งอาการบาดเจ็บของแฮรี่ เคน นั่นใช้เวลาถึง 4 เดือนด้วยกันในการกลับมาลงสนามอีกครั้ง ซึ่งต้องดูว่าสเปอร์สจะเสริมผู้เล่นในแนวรุกเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ต้องเสียผู้เล่นตัวหลักอย่าง มุสซา ซิสโซโก กองลางทีมชาติฝรั่งเศสที่เจ็บยาวเช่นกัน โดยคาดว่าจะกลับมาได้ในช่วงท้ายฤดูกาล